Black Ribbon

4 อุตฯ แห่หยุดกิจการชั่วคราว คำสั่งซื้อหาย-ต้นทุนการผลิตพุ่ง

08 กันยายน 2569
4 อุตฯ แห่หยุดกิจการชั่วคราว คำสั่งซื้อหาย-ต้นทุนการผลิตพุ่ง

สาเหตุหลักที่ผู้ประกอบการใช้มาตรา 75 หยุดกิจการชั่วคราว มาจากการขาดทุนสะสม ไม่มีคำสั่งซื้อจากลูกค้า หรือถูกยกเลิกคำสั่งซื้อจำนวนมาก

อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งใช้ชิ้นส่วนน้อยลงมากเมื่อเทียบกับรถยนต์สันดาป (ICE) ทำให้ความต้องการชิ้นส่วนลดลง

อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม เผชิญการแข่งขันจากสินค้านำเข้าที่เพิ่มขึ้น และประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า ส่งผลให้กำลังการผลิตอยู่ในระดับต่ำ

อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ผันผวน และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากค่าปุ๋ย และพลังงาน ทำให้โรงงานปลายน้ำชะลอการสั่งซื้อ

อุตสาหกรรมพลาสติก เผชิญต้นทุนการผลิตพุ่งสูง 30-50% จากการพึ่งพานำเข้าวัตถุดิบจากตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ทำให้เกิดภาวะวัตถุดิบตึงตัว

การจ้างงานในประเทศกำลังเข้าสู่สถานการณ์เปราะบางเมื่อภาคธุรกิจใช้มาตรา 75 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน เพิ่มมากขึ้น ซึ่งกฎหมายเปิดช่องให้นายจ้างที่จำเป็นต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนชั่วคราวเมื่อมีเหตุหนึ่งเหตุใดที่มิใช่เหตุสุดวิสัย ให้นายจ้างจ่ายเงินลูกจ้างไม่น้อยกว่า 50% ของค่าจ้างตลอดเวลาที่หยุดชั่วคราว

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ออกมาแสดงความกังวลต่อสัญญาณกำลังเกิดกับผู้ประกอบการที่เผชิญการแข่งขันรุนแรงและใช้สิทธิหยุดกิจการชั่วคราว ได้แก่ อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม ผลิตภัณฑ์ยาง และพลาสติก

ทั้งนี้ เดือนมิ.ย.2569 มีสถานประกอบการแจ้งหยุดกิจการบางส่วน 44 แห่ง เพิ่มขึ้น 22.22% เมื่อเทียบเดือนก่อนหน้า ขณะที่สถานประกอบการที่หยุดกิจการทั้งหมดมี 23 แห่ง ลดลง 14.81% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และจากการหยุดกิจการดังกล่าวทำให้มีลูกจ้างได้รับผลกระทบ 18,998 คน เพิ่มขึ้น 58.08% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 18.61% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า การจ้างงานเดือนก.ค.2569 ยังทรงตัวแต่โครงสร้างตลาดแรงงานเริ่มแสดงความเปราะบางที่สอดคล้องกับสิ่งที่ภาคอุตสาหกรรมกำลังเผชิญรุนแรงขึ้น

ทั้งนี้ทำให้สถานประกอบการใช้สิทธิมาตรา 75 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน มีแนวโน้มสูงขึ้น ทั้งในรูปแบบของการขอรับสิทธิสวัสดิการกรณีว่างงาน และการประกาศหยุดกิจการชั่วคราว ซึ่งเป็นสัญญาณสะท้อนความเปราะบางตลาดแรงงาน

รวมถึงมีอุตสาหกรรมรับผลกระทบตรงจากสงครามระหว่างสหรัฐ และอิหร่านตามที่ ธปท.ระบุ ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ กลุ่มเครื่องนุ่งห่ม และกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง และกลุ่มพลาสติกอุตสาหกรรม โดยรับผลกระทบ 2 ด้าน ทั้งการนำเข้าวัตถุดิบมูลค่าสูงขึ้น และเผชิญอุปสรรคการขนส่งที่มีต้นทุนแพงขึ้น

4 อุตสาหกรรมหยุดกิจการชั่วคราวสูง

นายมนตรี มหาพฤกษ์พงศ์ รองประธาน ส.อ.ท.กล่าวกับ “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า สาเหตุหลักการใช้มาตรา 75 มาจากบางกิจการขาดทุนสะสมจำนวนมาก และไม่มีคำสั่งซื้อจากลูกค้าตามปกติ รวมถึงลูกค้ายกเลิกคำสั่งซื้อจำนวนมากรวมถึงสาเหตุอื่น เช่น สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และการประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ส.อ.ท.วิเคราะห์ข้อมูล 4 อุตสาหกรรมที่ใช้สิทธิหยุดกิจการชั่วคราวตามมาตรา 75 พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พบข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้

1.อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเฉพาะยานยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) เผชิญแรงกดดันจากการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี จากเดิมที่ใช้ชิ้นส่วน ICE ประมาณ 30,000 ชิ้นต่อคัน หากเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) เหลือชิ้นส่วนเพียง 1,500-3,000 ชิ้นเท่านั้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดังกล่าวเริ่มส่งสัญญาณกระทบสู่ตลาดแรงงาน

2.อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม เผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันของสินค้านำเข้า โดยช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 นำเข้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นถึง 12.30% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว คิดเป็นมูลค่า 31,654 ล้านดอลลาร์ สะท้อนผู้ผลิตไทยเผชิญการแข่งขันทั้งสินค้านำเข้า และประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่า

ขณะที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย (MPI) หดตัว 2.18% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีที่แล้ว และอัตราใช้กำลังการผลิตอยู่ระดับต่ำ 49.06% แสดงให้เห็นว่าปัญหาอุตสาหกรรมนี้ไม่มีแค่กำลังซื้อ แต่รวมถึงต้นทุนการผลิต เทคโนโลยี ความเร็วการพัฒนาสินค้า และการสร้างแบรนด์ด้วย

3.อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง ได้รับผลกระทบจากทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลกมีแนวโน้มผันผวนในทิศทางขาขึ้นจากสงครามตะวันออกกลาง ซึ่งกระทบความต้องการซื้ออาจชะลอตัว โดยโรงงานปลายน้ำมีแนวโน้มทยอยชะลอสั่งซื้อเพื่อรอสถานการณ์

ขณะที่การบริหารผลกำไรทางธุรกิจอาจทำได้ยากขึ้นจากปัญหาต้นทุนการผลิต อาทิ ค่าปุ๋ย ค่าสารเคมี และพลังงาน ซึ่งแฝงในต้นทุนค่าขนส่ง และสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการแปรรูปมีทิศทางผันผวน

4.อุตสาหกรรมพลาสติก ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสงครามในตะวันออกกลาง เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าแนฟทา (วัตถุดิบตั้งต้น) จากตะวันออกกลางถึง 60-70% เมื่อเส้นทางขนส่งเกิดการหยุดชะงักทำให้เกิดภาวะอุปทานเม็ดพลาสติกตึงตัวทั้งในประเทศ และตลาดโลก

ทั้งนี้ส่งผลให้ผู้ผลิตในประเทศลดกำลังการผลิตลงเฉลี่ย 25-30% เพื่อบริหารจัดการวัตถุดิบที่มีจำกัด และทำให้ต้นทุนการผลิตรวมเพิ่มขึ้นถึง 30-50% ช่วงเดือนมี.ค.- พ.ค.2569 กระทบ SME ที่แบกรับต้นทุนวัตถุดิบไม่ไหวต้องปิดกิจการ

แห่ใช้ ม.75 หยุดกิจการชั่วคราว จ่ายค่าจ้างขั้นต่ำ

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการบางส่วนเผชิญปัญหาสะสมมานานทั้งสภาพคล่อง ข้อจำกัดปรับเปลี่ยนธุรกิจ และตลาดผันผวนทำให้แบกภาระต้นทุนได้ลำบาก แต่ต้องประคองธุรกิจให้ผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยากลำบากจึงต้องใช้สิทธิตามมาตรา 75 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ที่เปิดทางให้นายจ้างหยุดกิจการชั่วคราวทั้งหมดหรือบางส่วน

ทั้งนี้ มาตรา 75 กำหนดให้นายจ้างต้องมีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น ขาดแคลนวัตถุดิบ ประสบปัญหาเศรษฐกิจ หรือถูกยกเลิกคำสั่งซื้อ ซึ่งเป็นเหตุที่มิใช่เหตุสุดวิสัย เช่น ภัยธรรมชาติ โดยระหว่างหยุดกิจการต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้างไม่น้อยกว่า 50% ของค่าจ้างในวันทำงานปกติ ตลอดเวลาที่ไม่ได้ให้ทำงาน และต้องแจ้งให้ลูกจ้าง และพนักงานตรวจแรงงานทราบล่วงหน้าก่อนเริ่มหยุดกิจการ

“หากประเมินสถานการณ์ SME ที่ใช้มาตรา 75 ฉากจบเรื่องนี้หากไม่มีมาตรการช่วยเหลือจะทำให้ผู้ประกอบการจำนวนมากจะตัดสินใจปิดกิจการ ซึ่งเป็นฉากสุดท้ายที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น” นายแสงชัย กล่าว

นอกจากนี้ ภาครัฐต้องเร่งสร้างมาตรการรองรับการเปลี่ยนแปลงสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการรีสตาร์ตธุรกิจ อาทิ การฟื้นฟูแผนธุรกิจ ระบบที่ปรึกษาหรือพี่เลี้ยง SME การสนับสนุนแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ ระบบเพิ่มสภาพคล่องแบบ Factoring ที่ได้เงินทุนหมุนเวียนเร็วขึ้น การแก้ไขปัญหาเครดิตเทอม รวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้ และการชำระเงินให้สอดคล้องขีดความสามารถผู้ประกอบการ


แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

The information in the above report, publication and website has been obtained from sources believed to be reliable. However, Iron & Steel Institute of Thailand does not guarantee the accuracy, adequacy or completeness of the information. Any opinions or forecasts regarding future events may differ from actual events or results. In addition, Iron & Steel Institute of Thailand reserves the right to make changes and corrections to the information, including any opinions or forecasts, at any time without notice.